[微风]
爾時世尊欲重宣此義,而說頌曰:
สมัยนั้น
พระโลกนาถตรัสคาถาเพื่อสรุปความหมายนี้ว่า
諸害命眾生, การทำร้ายทำลายชีวิตของหมู่สัตว์
劫盜他財物, ลักขโมยวัตถุทรัพย์ของผู้อื่น
行諸邪欲行, ประพฤติผิดเที่ยวไปในกามทั้งหลาย
速墮於地獄。 ต้องตกไปสู่แดนนรกในทันใด
麁言離間語, พูดคำหยาบคำส่อเสียด
妄語乖寂靜, กล่าวคำเท็จให้แตกแยกทำลายความสงบ
綺語等凡夫, พูดเพ้อเจ้อเสมอด้วยปุถุชน
愚癡之所縛。 ผู้ถูกร้อยรัดด้วยความโง่และความหลง
貪著他資財, เมื่อยึดมั่นใคร่อยากในทรัพย์สินของผู้อื่น
數起於瞋恚, จึงเกิดคิดคดมุ่งปองร้ายด้วยความโกรธ
興種種邪見, ปลุกมิจฉาทิฐินานาประการ
是人趣惡道。 บุคคลนั้นย่อมมุ่งไปสู่ทุคติ
三種由身起, กรรม ๓ ประการเกิดขึ้นทางกาย
四種語業生, กรรม ๔ ประการเกิดขึ้นทางวาจา
意能成三惡, มีใจเป็นเครื่องยังให้สำเร็จอกุศล ๓ ประการ
故名惡行者。 ผู้ประพฤติชั่วถูกขนานนามด้วยเหตนี้
行諸惡業已, เมื่อก่ออกุศลกรรมใด ๆ ขึ้นแล้ว
牽趣惡道中, ย่อมถูกโน้มนำให้ตกไปสู่ทางที่ชั่ว
吾今現世間, บัดนี้เรา (ตถาคต) ได้อุบัติขึ้นแล้วในโลก
拔濟令出離。 เพื่อฉุดช่วยเวไนยเหล่านั้นให้หลุดพ้น
——ตามนัยแห่งมหารัตนกูฏสูตร ผูกที่ ๓๕ 《大寶積經》卷35
โพธิสัตวปิฎกสันนิบาตที่ ๑๒ 菩薩藏會第十二
บทที่ ๑ เรื่องการชี้แนะท่านคฤหบดี (ภัทรปาละ) 〈1 開化長者品〉ความว่า
